ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 20, 2017, 06:21:42 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว:   ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่ค่ะ

+  Gold Gear Club : มิตรภาพแห่งการสัญจร
|-+  Story Board
| |-+  พูดคุยเรื่อง IT
| | |-+  เราควรมีแอนตี้ไวรัสแค่ตัวเดียวพอ เพราะอะไร
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เราควรมีแอนตี้ไวรัสแค่ตัวเดียวพอ เพราะอะไร  (อ่าน 6429 ครั้ง)
บุคคลทั่วไป
GGC
สมาชิก
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 788



« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2011, 05:34:31 PM »

คำถามที่หลายๆคนมักจะสงสัย และถามอยู่บ่อยๆทางบอร์ดแบไต๋ ดังนั้นผมจะอธิบายแบบละเอียดถี่ถ้วนให้เข้าใจถึงการติดตั้งแอนตี้ไวรัสไว้ในคอมหนึ่งเครื่อง

ไม่ควรและไม่เป็นที่แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสมากกว่า 1 ตัว

อ้างถึง
hould you run more than one antivirus program at the same time?
Symantec strongly recommends that you run only one antivirus program at a time. Having more than one antivirus program active in memory uses additional resources and can result in program conflicts and false virus alerts.

อ้างถึง
Co-use of Kaspersky AntiVirus 5.0 and Antivirus packages of other vendors
Kaspersky Lab experts do not recommend using more that one antivirus package on the computer as the co-work of two different Antivirus programs may lead to computer productivity and operating system fall. And to solve the problem of Antivirus applications you will need to reinstall the operating system.

อ้างถึง
Plus! 98: How to Remove McAfee VirusScan
Microsoft recommends that you have only one anti-virus program installed on your computer.

อ้างถึง
"Running two or more real-time anti-virus monitors at the same time is very likely to cause a conflict."

จะให้ไปกูเกิ้ลหาเกี่ยวกับการติดตั้งแอนตี้ไวรัสสักกี่อัน มันก็จะบอกเหมือนกันหมดว่า ไม่ควรติดตั้งมากกว่า 1 ตัว

หลายๆคนอาจจะคิดว่า มันน่าจะเป็นความคิดที่ดีนะเรื่องนี้ ใช่ไหม? เพราะถ้าโปรแกรมไวรัสมันดีใครๆก็แนะนำให้ติดตั้ง แล้วทำไมไม่ติดมันไว้มากกว่า 1 ตัวล่ะ? เพราะเผื่อตัวแรกตกหล่นไวรัสตัวไหนไป บางทีตัวที่สองอาจจะหาเจอก็เป็นได้ แต่ทว่ามันเป็นความเข้าใจแบบผิดๆครับ  เพราะจากการติดตั้งแอนตี้ไวรัสมากกว่า 1 ตัว มันมักจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่คุณติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสมากกว่า 1 ตัวไว้ในเครื่อง
1. คอมจะใช้ resources มากเกินไป มันจะส่งผลให้คอมของคุณอืดขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานไม่ดีเท่าที่ควร
2. คุณจะได้รับ false virus alerts โปรแกรมแอนตี้ไวรัสทำงานโดยใช้ actual virus เพื่อตรวจสอบหาไวรัสด้วยกันในเครื่อง ดังนั้นถ้าคุณติดตั้งแอนตี้ไวรัสไว้มากกว่า 1 ตัวพร้อมกัน โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแต่ละตัวก็จะนึกว่า โปรแกรมไวรัสตัวอื่นเป็นไวรัส ซึ่งจะทำให้มันทำงานขัดแย้งกันเอง ซึ่งจริงๆ ก็ยังมีผลกระทบทางด้านอื่นอีก แต่ปัญหาการขัดแย้งกันเองนั้นสำคัญที่สุด
3. ข้อนี้เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็มีผู้ใช้ที่เจอปัญหานี้มาแล้วไม่น้อยเหมือนกัน นั่นคือ Blue Screen of Death หรือเกิดอาการเครื่องค้าง หรือเกิดอาการ crash ของวินโดวส์หรือซอฟต์แวร์บางตัว
     
     ผมจะอธิบายให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งนะครับ เวลาที่คุณติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสมากกว่า 1 ตัวไว้ในเครื่อง (ขอพูดว่ามีโปรแกรม 2 ตัวแล้วกัน เพราะคงไม่มีใครติดตั้งเกินกว่า 2 ตัวแน่ ถ้ามีก็คงจะน้อยแต่ผลกระทบที่ได้ก็เหมือนกัน คือเกิดผลเสียมากกว่าผลดี) จะทำให้พวกมันแย่งกันทำงาน เพราะพวกมันอาจจะพยายามตรวจสอบไฟล์ตัวเดียวกันในเวลาเดียวกัน ตรวจสอบ e-mail ฉบับเดียวกันพร้อมกัน และทำอะไรอื่นๆเหมือนกันในเวลาเดียวกัน เพราะโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่โด่งดังมีชื่อเสียงเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใช้ทั่วโลกนั้น มันย่อมมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยม (ในที่นี้ก็คือเก่งทั้งคู่) ดังนั้นเมื่อมันมาอยู่ในเครื่องเดียวกันพร้อมกัน มันก็จะแก่งแย่งช่วงชิงการเป็นเจ้าควบคุมคอมของคุณ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการคอมช้า อืด เพราะวินโดวส์จะอนุญาติให้มีโปรแกรมเรียกตรวจสอบไฟล์ได้ทีละ 1 โปรแกรมต่อไฟล์ 1 ตัวเท่านั้น ดังนั้นเจ้าสองตัวนี้ก็จะแยกกันขอสิทธิ์น่ะซิครับ เผลอๆทำให้เครื่องค้างไปเลยก็ได้ เพราะมัวแต่แย่งคิวกัน และบางครั้งก็มีปัญหาทางด้าน compatibility ของซอฟต์แวร์บางตัวด้วย

     และบางทีมันก็จะแจ้งผล false virus alerts (แจ้งว่ามีทั้งๆที่ความจริงไม่มี) หรือแย่ไปกว่านั้นก็คือ มันพลาดจับไม่เจอไวรัสตัวใดตัวหนึ่งไปเลย ทั้งคู่เลย ทั้งๆที่มีไวรัสอยู่แท้ๆ

    โดยสรุปผลการสแกนของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทั้งสองตัวเชื่อถือไม่ได้เลย ถ้าคุณเห็นมันจับมาลแวร์ได้เยอะ ก็อย่าหลงดีใจว่ามันเก่ง เพราะบางทีมันอาจจะจับมั่ว และถ้าผลออกมาว่ามันจับมาลแวร์ไม่ได้ทั้งคู่ ก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้อีกเหมือนกันว่าเครื่องสะอาด ดังนั้นเพื่อให้แอนตี้ไวรัสทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็ควรจะติดตั้งมันไว้แค่ตัวเดียวและต้องหมั่นอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาดูให้ลึกถึงการทำงานของแอนตี้ไวรัสนะครับ เผื่อจะยังมีคนไม่ค่อยเชื่อเหตุผลข้างบนเท่าไหร่
โปรแกรมแอนตี้ไวรัส จะทำงาน 2 โหมด
1. โหมด Scan: มันจะไปตรวจสอบ memory and files on disk เพื่อหาร่องรอยของ malware นั่นคือมันจะเข้าไปตรวจสอบ contents ของไฟล์แต่ละตัวในเครื่อง เพื่อหาอะไรก็ได้ที่ดูเหมือน หรือเหมือนกับ viruses

2. โหมด Monitor: หรือที่เรารู้จักกันในนาม "real time" monitor นั่นคือ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสจะยังคงทำงานต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง และจะคอยตรวจสอบไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดเข้ามาไว้ในเครื่อง และจะขึ้นข้อความเกือบจะทันทีที่มันพบว่า ไฟล์ที่คุณเพิ่งจะไปดาวน์โหลดมามีอะไรบางอย่างที่ดูเหมือน หรือเหมือนกับ viruses

ทีนี้เราต้องมาแยกแยะให้ออกระหว่างการใช้แอนตี้ไวรัสสแกนเครื่อง และการใช้แอนตี้ไวรัส Monitor เครื่อง

ถ้าพูดถึงว่าจะใช้แอนตี้ไวรัสสแกนเครื่องล่ะก็จะใช้แอนตี้ไวรัสสักกี่ตัวสแกนก็ไม่มีปัญหา มันจะไม่ตีกันเอง เพราะมันจะแค่สแกน มันเริ่มการทำงาน มันสแกน แล้วมันก็เสร็จการทำงาน (แต่จะต้องใช้แอนตี้ไวรัสสแกนเครื่องทีละตัวต่อครั้ง ห้ามสแกนพร้อมกัน และต้องเป็นแอนตี้ไวรัสที่เราไม่สามารถเลือกกำหนดเวลาว่าจะให้มันสแกนเครื่องทุกๆวันที่เท่าไหร่ จะต้องเป็นแอนตี้ไวรัสที่จะทำการสแกน ก็ต่อเมื่อเราสั่งให้สแกนเท่านั้น หรือที่เรียกว่า On-Demand Scanner)

แต่ Real time monitoring นี่คนละเรื่องกันเลย เวลาเราทำการติดตั้งแอนตี้ไวรัสทั้งหลายที่เป็นที่นิยมใช้ มันจะทำการติดตั้งและ enable real-time monitors ของมันเองแบบอัตโนมัติเองเลย ซึ่งนี่แหละคือปัญหา เพราะเราไม่ควรที่จะใช้แอนตี้ไวรัสที่เป็นแบบ real-time monitor มากเกินกว่า 1 ตัว

ดังนั้นถ้าใครอยากจะติดตั้งแอนตี้ไวรัสเกินกว่า 1 ตัว เพื่อเอาไว้สแกนเสริมก็ทำได้ แต่คุณต้องรู้จักโปรแกรมเป็นอย่างดี และถ้าหากว่ามันเป็นแบบ real-time monitor ทั้งสองตัว ก็ต้องรู้วิธีที่จะทำให้มีแอนตี้ไวรัสที่เป็นแบบ real-time monitor เพียง 1 ตัวเท่านั้น และเนื่องจากสมัยนี้แอนตี้ไวรัสมีความแข็งแกร่งมากขึ้น บางครั้งแค่ disable มันอย่างเดียวไม่พอ เพราะพอคุณรีสตาร์ทเครื่อง บางครั้งมันจะปรับเปลี่ยนตัวมันมาเป็นแบบ On-Access Scanners โดยที่ตัวคุณเองไม่รู้ตัว และปัญหาขัดแย้งต่างๆที่เอ่ยมาข้างต้นก็ตามมา (I'm not saying that it's impossible to figure out how to make two anti-virus programs co-exist.  Just that it's not worth the effort.)

ดังนั้นเพื่อเป็นการง่ายและตัดปัญหายุ่งยาก ก็ขอย้ำอีกครั้งว่า ควรจะติดตั้งมันไว้แค่ตัวเดียวและต้องหมั่นอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ เป็นพอ (The best strategy is to get one good anti-virus program, and keep it as up to date as possible.)

-----------------------------------------------------------------------------------------------

ทีนี้มาพูดถึงในกรณีที่คุณติดตั้งแอนตี้ไวรัสไว้ตัวเดียวแล้วยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจมันเท่าไหร่ และอยากจะใช้แอนตี้ไวรัสตัวอื่นตรวจสอบดู ก็ทำได้ และไม่ต้องมานั่งเสียเวลาถอนตัวเก่าติดตั้งตัวใหม่ สแกนเสร็จถอนตัวใหม่แล้วไปติดตั้งตัวเก่าให้ยุ่งยากวุ่นวาย คุณสามารถใช้ on-line scanner ตรวจสอบได้ เพราะโปรแกรมเหล่านี้มีไว้เพื่อสแกนเครื่องอย่างเดียวโดยอาศัย control activeX ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้งมันเลย และ on-line scanner ของบริษัทผลิตแอนตี้ไวรัสบางเจ้าก็ใจดี จะเสริมบริการ clean/quarantine/delete ไฟล์ที่มันตรวจสอบเจอให้แบบฟรีๆ อีกต่างหาก

เว็บที่ให้บริการ on-line scanner ได้แก่
ESET Online Scanner
F-Secure Online Scanner
Kaspersky Webscanner [ ไฟล์เสียครับ ]
Panda ActiveScan
Trend Micro™ Housecall Java & ActiveX Scans

ในกรณีที่คุณใช้ on-line scanner ตรวจสอบแล้วเจอแล้วมันไม่สามารถ clean/quarantine/delete ไฟล์ที่มันตรวจสอบเจอได้ก็ให้นำผลรายงานของมันมาตั้งกระทู้ขอความช่วยเหลือได้ในหมวดปัญหาติดไวรัส สปายแวร์
เครดิต  คุณ thaitatim เรียบเรียงใหม่ GGC-013
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!